ต้องวิ่งให้เร็วขึ้นเป็นสองเท่า

ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆชาวบล็อกก่อน เพราะผมไม่ได้อัพบล็อกเป็นประจำหลายอาทิตย์. เรื่องที่จะเขียนนี้ ได้ไอเดียมาจากวิชา Microbiology (วิชาที่ช่วยสอน). ผมอ่านเจอใน Lecture Note

“Now, here, you see, it takes all the running you can do, to keep in the same place. If you want to get somewhere else, you must run at twice as fast as that !”
เหมือนกับว่าเราใช้พลังงานในการวิ่งเท่าเดิม แต่มันก็ยังอยู่ที่เดิม, ถ้าเราต้องที่จะก้าวไปข้างหน้า เราต้องวิ่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิม สองเท่า.
 Through the Looking-Glass

ตัวอย่างก็คือแบคทีเรีย

– ปีค.ศ. 1940s, Penicillin แอนตี้ไบโอติก ถูกใช้กันอย่างแพร่เพื่อรักษาการติดเชื้อจากแบคทิเรีย.
– แรกๆมันก็ใช้ได้ผลดี, แต่ไม่เกิน 10 ปี แบคทีเรียก็สามารถต่อต้าน Penicillin ได้.
– แบคทีเรียสร้างโปรตีน (beta-lactamase) ขึ้นมากำจัด Penicillin
– นักวิทยาศาสตร์ก็ใช้  clavulanic acid ขึ้นมาบล็อกโปรตีนนั้น, หรือใช้ แอนตี้ไบโอติกตัวอื่นๆ เช่น Methicillin
– แบคทีเรียก็สร้าง resistance ขึ้นมาอีก เช่น แบคทิเรีย Methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA)
– ปัจจุบันหมอจะต้องใช้ multiple-drug เพื่อที่จะรักษาการติดเชื้อของบางโรค 
– แนวโน้ม เราก็จะพ่ายแพ้ต่อแบคทีเรีย

 

เราจะต้องหมั่นอ่านข่าว อ่านหนังสือ หาความารู้ใหม่ๆ เรียนรู้เรื่องใหม่ อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะตามให้ทันโลกปัจจุบัน….ถ้าไม่หมั่นหาความรู้ เราก็จะตกยุค. ถ้าเราอย่างจะเก่งกว่าคนอื่น เราก็ต้องหาความรู้ให้มากกว่าคนอื่นๆ

14 thoughts on “ต้องวิ่งให้เร็วขึ้นเป็นสองเท่า

  1. ถูกต้องนะค้าบ อ้อ ขอเพิ่มอีกอย่างนึงนะ ต้องทำงานแบบ multiple processing ได้ด้วยอ่ะ

    หายหน้าไปนานเลยนะท่าน😀

  2. แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว…ตอนนี้ก็วิ่งและก็ไม่วิ่งธรรมดาด้วย วิ่งหางจุกตูด..พุ่งปี๊ดๆ..อิอิ 😛

    เหนื่อยเหาะจะเคลียร์งานยังไงให้ทันเนียะ…

  3. วิ่ง ๆ ๆ ๆ .. 5555+
    วิ่งมาเหนื่อย ๆ พักดื่มน้ำแล้วนั่งชมดอกไม้แก้เมื่อยสักครู่ด้วยนะคะ

    คนที่ยืนอยู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน
    ใช่ว่าจะเก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางได้เท่ากัน
    🙂

  4. ไม่ค่อยชอบวิ่งอ่ะค่ะ มันเหนื่อยและทรมานมาก ๆ
    แม้แต่โยคะซึ่งเป็นกีฬาสุดโปรดก็ห่างหายไปตั้งเดือนกว่าแล้ว
    ดูท่าจะแย่แย้วล่ะ คนอื่นมีแต่จะพยายามฝึกเพิ่มขึ้น แต่หนิงยิ่งฝึกยิ่งหาย มันเท่ากับว่าหนิงกำลังวิ่งถอยหลังอ่ะป่าวค่ะ อิอิ

  5. สวัสดีค่ะคุณ lek หายไปนานเลยนะคะ (รออ่านอยู่) ^^

    โพสท์นี้น่าสนใจมากๆเลยนะคะ ทุกอย่างล้วนมีพัฒนาการตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือแบคทีเรีย… ถ้าจะมองไปแล้ว ทุกสิ่งก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา นับตั้งแต่โลกหมุน สิ่งมีชีวิตพัฒนาการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับตนเอง สิ่งไม่มีชีวิต(ที่มนุษย์สร้าง)ก็พัฒนาทางด้านความสะดวกสบาย สวยงามและทันสมัย พัฒนากันไปเรื่อยๆ บางอย่างเร็ว บางอย่างช้า แต่บางอย่างก็ช้าไม่ได้ (เพราะอาจไม่ทันการณ์) ดังนั้น ถ้าจะเตรียมพร้อม(รับกับสถานการณ์บางอย่าง) การแข่งขัน การปรับปรุงแก้ไขหรือการพัฒนาที่เหนือกว่า คงจะต้องวิ่งให้เร็วกว่าเดิมสองเท่าอย่างที่คุณ lek กล่าวมาก็เห็นด้วยทุกประการค่ะ😀

  6. มิน่า ตามในหนังช่วงหลังๆ ถึงหันมาใช้แบคทีเรียเป้นตัวร้ายแทนไวรัส
    จากเคยรู้สึกว่าแบคทีเรียมันเด็กๆ กระจอกๆ
    ตอนนี้เริ่มกลัวมันพอๆ กับไวรัสซะแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s